รีวิว Xelans MARKETS ฉบับนักเทรด ไม่ได้ดูแค่สเปรด แต่ดูความปลอดภัยด้วย
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทความนี้อธิบายความหมายของ Hawkish และ Dovish ซึ่งเป็นท่าทีของธนาคารกลางในการกำหนดนโยบายการเงิน โดย Hawkish คือการใช้นโยบายเข้มงวด เช่น การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่วน Dovish คือการใช้นโยบายผ่อนคลาย เช่น การลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินและทิศทางตลาดฟอเร็กซ์ นักเทรดสามารถใช้แนวคิดนี้ในการวิเคราะห์คู่เงิน ติดตามการประชุมธนาคารกลาง และอ่านแถลงการณ์เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดล่วงหน้า ช่วยให้วางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้นและลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดทิศทาง

ทุกครั้งที่ธนาคารกลางออกแถลงการณ์ นักเทรดจะเห็นคำสองคำนี้วนซ้ำอยู่ในทุก Headline ทุก Analysis และทุกกลุ่มสนทนา นั่นคือ “Hawkish” และ “Dovish”
แต่แอดหยี่ยวสังเกตว่านักเทรดจำนวนไม่น้อยยังอ่านคำเหล่านี้แบบ “พอรู้ว่ามีอยู่” โดยไม่ได้เข้าใจจริงๆ ว่ามันหมายถึงอะไร และที่สำคัญกว่านั้นคือมันส่งผลต่อตลาดฟอเร็กซ์อย่างไร
ผลที่ตามมาคือนักเทรดเปิดออร์เดอร์สวนทิศทางตลาดหลัง News โดยไม่รู้ตัว หรือพลาดโอกาสที่ควรจะคว้าได้ บทความนี้แอดหยี่ยวจะพาไปเข้าใจอย่างละเอียดว่า hawkish หมายถึงอะไร dovish หมายถึงอะไร ต่างกันอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือนักเทรดนำไปใช้ในการเทรดจริงได้อย่างไร
คำว่า Hawkish มาจากคำว่า Hawk ซึ่งแปลว่า “เหยี่ยว” สัตว์ที่รู้จักกันในฐานะนักล่าที่ดุดัน ก้าวร้าว และตัดสินใจเด็ดขาด
ในบริบทของนโยบายการเงิน Hawkish หมายถึงท่าทีของธนาคารกลางหรือเจ้าหน้าที่การเงินที่เน้นการควบคุมเงินเฟ้อเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด โดยพร้อมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือลด Liquidity ในระบบเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น แม้จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม
พูดง่ายๆ ว่า ธนาคารกลางที่มีท่าที Hawkish คือธนาคารกลางที่พร้อมจะ “เข้มงวด” กับนโยบายการเงิน
Dovish มาจากคำว่า Dove ซึ่งแปลว่า “นกพิราบ” สัญลักษณ์ของความสงบและการประนีประนอม
ในบริบทของนโยบายการเงิน Dovish หมายถึงท่าทีของธนาคารกลางที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานเป็นลำดับความสำคัญ โดยพร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยหรือเพิ่ม Liquidity เข้าสู่ระบบ แม้จะมีความเสี่ยงให้เงินเฟ้อสูงขึ้นก็ตาม
ธนาคารกลางที่มีท่าที Dovish คือธนาคารกลางที่พร้อมจะ “ผ่อนคลาย” นโยบายการเงิน
เพื่อให้นักเทรดเข้าใจความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น แอดหยี่ยวสรุปจุดต่างหลักไว้ดังนี้
เป้าหมายหลัก Hawkish มุ่งเน้นการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่กำหนด ส่วน Dovish มุ่งเน้นการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน
มาตรการที่ใช้ Hawkish มักนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ย การลด QE หรือการทำ QT (Quantitative Tightening) ส่วน Dovish มักนำไปสู่การลดดอกเบี้ย การทำ QE (Quantitative Easing) หรือการคงดอกเบี้ยต่ำ
ผลต่อค่าเงิน Hawkish ทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นแข็งขึ้น เพราะนักลงทุนต่างชาติย้ายเงินเข้ามารับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ส่วน Dovish ทำให้ค่าเงินอ่อนลง เพราะผลตอบแทนที่ต่ำลงทำให้เงินทุนไหลออก
ผลต่อตลาดหุ้น Hawkish มักกดดันตลาดหุ้นเพราะต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ส่วน Dovish มักหนุนตลาดหุ้นเพราะเงินราคาถูกกระตุ้นการลงทุน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือช่วงปี 2022-2023 ที่ Fed ปรับท่าที Hawkish อย่างรุนแรง ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ส่งผลให้ USD แข็งค่าขึ้นอย่างมากและกดดันค่าเงินสกุลอื่นทั่วโลก รวมถึงทำให้ EUR/USD ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี
นักเทรดไม่จำเป็นต้องรอให้ธนาคารกลางประกาศขึ้นหรือลดดอกเบี้ยจริงๆ เพราะตลาดมักตอบสนองต่อ “สัญญาณ” ก่อนเสมอ แอดหยี่ยวแนะนำให้นักเทรดจับสัญญาณเหล่านี้
ถ้อยคำในแถลงการณ์ที่พูดถึงเงินเฟ้อว่า “ยังสูงกว่าเป้าหมาย” หรือ “ยังไม่ชนะการต่อสู้กับเงินเฟ้อ” คือสัญญาณ Hawkish ที่ชัดเจน นอกจากนี้การพูดถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หรือการส่งสัญญาณว่าจะคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer) ก็เป็นสัญญาณ Hawkish เช่นกัน
ถ้อยคำที่พูดถึงเศรษฐกิจว่า “ชะลอตัว” หรือ “ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอลง” คือสัญญาณ Dovish ที่ชัดเจน การพูดถึงความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในอนาคต หรือการส่งสัญญาณว่าวงจรการขึ้นดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุดแล้ว ก็เป็นสัญญาณ Dovish ที่นักเทรดต้องจับตา
แอดหยี่ยวอธิบายผลกระทบต่อตลาดฟอเร็กซ์ผ่านตัวอย่างจริงเพื่อให้นักเทรดเห็นภาพได้ชัดขึ้น
เมื่อ Fed ส่งสัญญาณ Hawkish ในขณะที่ ECB ส่งสัญญาณ Dovish ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปกว้างขึ้น เงินทุนจึงไหลเข้า USD มากขึ้น ผลที่ตามมาคือ EUR/USD มักปรับตัวลง นักเทรดที่อ่านสัญญาณนี้ออกจะเตรียมหาโอกาส Sell EUR/USD
ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BoJ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของท่าที Dovish ที่ยาวนาน การคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำมาตลอดทำให้ JPY อ่อนค่าเรื้อรัง และเป็นที่มาของกลยุทธ์ Carry Trade ที่นักลงทุนกู้ยืม JPY ในอัตราดอกเบี้ยต่ำแล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
การเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันมักสร้างการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงที่สุด เพราะตลาดต้องปรับ Position ใหม่ทั้งหมด นักเทรดที่จับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ก่อนตลาดมักได้โอกาสที่ดีที่สุด
รู้จักคำแล้ว แต่จะเอาไปใช้ยังไงในการเทรดทุกวัน แอดหยี่ยวแนะนำ 4 วิธีที่นักเทรดนำไปปฏิบัติได้ทันที
วิธีที่ 1: ติดตาม Economic Calendar และทำเครื่องหมาย Meeting สำคัญ
การประชุมของ Fed, ECB, BoE, BoJ และ RBA คือเหตุการณ์ที่มีโอกาสสูงสุดที่จะมีการส่งสัญญาณ Hawkish หรือ Dovish นักเทรดควรทำเครื่องหมายวันเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าและเตรียมแผนรับมือ
วิธีที่ 2: อ่านแถลงการณ์จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลข
ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยอาจไม่เปลี่ยน แต่ถ้อยคำในแถลงการณ์ที่ Hawkish หรือ Dovish บอกทิศทางในอนาคตได้ นักเทรดที่อ่านแถลงการณ์เป็นจะได้เปรียบมากกว่าคนที่ดูแค่ตัวเลข
วิธีที่ 3: ดูทิศทาง Hawkish/Dovish สัมพัทธ์ระหว่างสองประเทศ
ในการเทรดคู่เงิน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ว่าธนาคารกลางหนึ่ง Hawkish หรือ Dovish แต่คือว่า Hawkish หรือ Dovish กว่าอีกฝั่งมากแค่ไหน ประเทศที่ Hawkish กว่าคือประเทศที่ค่าเงินมีโอกาสแข็งกว่า
วิธีที่ 4: ระวัง Buy the Rumor Sell the Fact
ตลาดมักตอบสนองต่อการคาดการณ์ก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง ถ้าตลาดคาดว่า Fed จะ Hawkish และราคาขยับไปแล้วมาก เมื่อ Fed ประกาศ Hawkish จริงราคาอาจกลับทิศทันทีเพราะ “รู้แล้ว” นักเทรดต้องระวังกับดักนี้เสมอ
สิ่งที่นักเทรดมือเก่าเข้าใจแต่มือใหม่มักมองข้ามคือ Hawkish และ Dovish ไม่ได้มีแค่สองระดับ แต่มีความเข้มข้นที่แตกต่างกัน
ในทางกลับกัน Dovish ก็มีระดับที่แตกต่างกันในลักษณะเดียวกัน การที่นักเทรดสามารถประเมินได้ว่าสัญญาณที่ได้ยินนั้นอยู่ระดับไหน จะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องขนาดและทิศทางของ Trade ได้แม่นยำขึ้นมาก
hawkish หมายถึงท่าทีที่เข้มงวดต่อนโยบายการเงินเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ส่วน Dovish หมายถึงท่าทีที่ผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และทั้งสองคำนี้คือภาษาที่ธนาคารกลางใช้สื่อสารกับตลาดอยู่ตลอดเวลา
นักเทรดที่อ่านภาษานี้ออกจะไม่แปลกใจอีกต่อไปว่าทำไมตลาดถึงวิ่งแรงหลัง Fed Meeting ทำไม USD ถึงแข็งค่าทั้งที่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาปกติ หรือทำไม JPY ถึงอ่อนค่าเรื้อรัง เพราะทุกอย่างมีที่มาจากท่าทีของธนาคารกลางทั้งสิ้น
แอดหยี่ยวแนะนำให้นักเทรดเริ่มฝึกอ่านแถลงการณ์ของธนาคารกลางทุกครั้งที่มีการประชุม ไม่ต้องเข้าใจทุกคำ แต่ให้จับโทนให้ได้ว่า Hawkish หรือ Dovish กว่าครั้งก่อน แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้การวางแผนเทรดแม่นยำขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายความหมายของ “Pip” ในตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งเป็นหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาและเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด พร้อมอธิบายวิธีคำนวณมูลค่า Pip ในแต่ละคู่เงินและขนาด Lot เพื่อให้นักเทรดสามารถวางแผน Stop Loss, Take Profit และ Position Sizing ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นความผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณ Pip และสรุปว่า การเข้าใจมูลค่า Pip อย่างถูกต้องจะช่วยให้นักเทรดบริหารเงินทุนและควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
eightcap
STARTRADER
pepperstone
GTCFX
OANDA
vantage
eightcap
STARTRADER
pepperstone
GTCFX
OANDA
vantage
eightcap
STARTRADER
pepperstone
GTCFX
OANDA
vantage
eightcap
STARTRADER
pepperstone
GTCFX
OANDA
vantage