简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
KBANK คาดบาทสัปดาห์หน้า 33.00-33.80 จับตาเงินเฟ้อไทย
บทคัดย่อ:ธนาคารกสิกรไทยคาดกรอบเงินบาทสัปดาห์ 3-7 ส.ค. 2569 ที่ 33.00-33.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 33.38 บาท/ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยจับตาได้แก่ เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. สถานการณ์ตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ หลังเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม 2569 ไว้ที่ระดับ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากระดับปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ
บทวิเคราะห์โดยรัชดา คงขุนเทียน แห่งธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค และได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำในตลาดโลก สวนทางกับเงินดอลลาร์ที่เผชิญแรงขาย
กรอบเงินบาทและปัจจัยในประเทศ
ธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้าไว้ที่ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทสามารถแข็งค่าขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่ 33.321 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยในประเทศที่ตลาดจับตามากที่สุดคือตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมของไทย ซึ่งจะสะท้อนทิศทางราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ และอาจมีนัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป
แรงหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยเฟด
เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญหลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ตามเดิม โดยมีสมาชิกคณะกรรมการ FOMC ถึง 3 รายที่โหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้
แม้ประธานเฟดจะแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่ตลาดตีความว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมใกล้ ๆ นี้ โดยประธานเฟดระบุเพิ่มเติมว่า หากเงินเฟ้อสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยก็อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เฟดจะนำมาใช้ แต่อาจไม่ใช่คำตอบเดียวในการสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและต่างประเทศที่ต้องจับตา
ในสัปดาห์หน้านี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญหลายรายการ ได้แก่ ข้อมูลการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมิถุนายน ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนกรกฎาคม
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนกรกฎาคมของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงตัวเลขการส่งออกเดือนกรกฎาคมของจีน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาค
กระแสเงินทุนต่างชาติและทิศทางตลาด
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 27-31 กรกฎาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 112 ล้านบาท และมีสถานะ Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 10,283 ล้านบาท สะท้อนทิศทางเงินทุนที่ยังไหลเข้าตลาดการเงินไทย
ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะสั้น
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FOREX.com
XM
AVATRADE
FXTM
GTCFX
pepperstone
FOREX.com
XM
AVATRADE
FXTM
GTCFX
pepperstone










