Octa ปี 2026 ไม่มีค่า Swap จริงไหม? และอะไรที่นักลงทุนควรรู้ก่อนใช้งาน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) สหรัฐอเมริกา

รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต (Manufacturing Purchasing Manager Index (PMI)) จากสถาบัน Institute of Supply Management (ISM) โดยรายงานนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลการตอบคำถามของผู้บริหารฝ่ายการจัดซื้อและการจัดหา โดยการสอบถามคำถามนี้ได้จัดทำขึ้นแบบรายเดือนในบริษัทกว่า 400 บริษัทในภาคอุตสาหกรรม สำหรับดัชนีแต่ละตัวที่ได้วัดค่า (นั่นก็คือ ดัชนียอดคำสั่งซื้อใหม่ คำสั่งซื้อคงค้าง คำสั่งซื้อใหม่เพื่อการส่งออก การนำเข้า การผลิต การจัดส่งสินค้าของผู้จัดหา สินค้าคงคลัง สินค้าคงคลังของลูกค้า การจ้างงาน และราคา) นั้นรายงานชุดนี้จะแสดงค่าร้อยละที่จะรายงานข้อมูลของการตอบคำถามในแต่ละข้อ ค่าความแตกต่างสุทธิระหว่างจำนวนของคำตอบในทิศทางเศรษฐกิจเชิงบวกและเชิงลบและแสดงดัชนีการกระจาย (diffusion index) การตอบคำถามเหล่านี้เป็นข้อมูลดิบและจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
สามารถตรวจสอบปฏิทินทางการเงิน ได้ที่ WikiFX https://www.wikifx.com/th/live/calendar.html

ดัชนีการกระจายนั้นจะรวมถึงค่าร้อยละของคำตอบในลักษณะเชิงบวกรวมเข้ากับครึ่งหนึ่งของคำตอบที่ตอบคำถามข้อเดียวกัน (ที่ถือว่าเป็นบวก) จากนั้นนำจำนวนตัวเลขดัชนีเลขเดี่ยวที่ได้มาปรับค่าตามฤดูกาลซึ่งเป็นการคำนึงถึงผลของความผันผวนแบบซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นภายในปีนั้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความแตกต่างโดยทั่วไปทางสภาพอากาศ การดำเนินการของหน่วยงานองค์กรที่หลากหลาย และความแตกต่างที่เป็นผลมาจากวันหยุดต่างๆ ที่กำหนดวันแบบคงที่ กระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนดปัจจัยการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลทั้งหมดและในแต่ละปีจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อยจะกระทำในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
ดัชนี PMI นี้เป็นดัชนีแบบรวมที่ซึ่งยึดตามดัชนีการกระจายต่างๆ ที่ได้ปรับตามฤดูกาลแล้วนั้นจะประกอบไปด้วยตัวบ่งชี้ห้าประเภทที่มีคะแนนถ่วงน้ำหนักที่หลากหลายดังนี้: คำสั่งซื้อใหม่ –30% การผลิต –25% การจ้างงาน –20% การจัดส่งสินค้าของผู้จัดหา –15% และสินค้าคงคลัง –10%
ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา TH.investing
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forexอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFXเพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุงแอปเดียวที่จบครบ เรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรีโหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้นำเสนอวิวัฒนาการของตลาดฟอเร็กซ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยให้นักเทรดเข้าใจโครงสร้างและพัฒนาการของตลาดที่ใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของฟอเร็กซ์มาจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่ผูกค่าเงินกับทองคำ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Bretton Woods ซึ่งกำหนดให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ต่อมาเหตุการณ์ Nixon Shock ในปี 1971 นำไปสู่การยกเลิกการผูกค่าเงินกับทองคำ และเกิดระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Exchange Rate) ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของตลาดฟอเร็กซ์สมัยใหม่ ช่วงแรกตลาดยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ จนกระทั่งการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตและโบรกเกอร์ออนไลน์ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรง จากนั้นสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มเทรด และระบบ Social Trading ได้ยิ่งเพิ่มความสะดวกและขยายฐานนักเทรดทั่วโลก ปัจจุบันตลาดกำลังก้าวสู่ยุคของ AI และ Algorithmic Trading ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บทความชี้ให้เห็นว่าการเข้าใจประวัติศาสตร์ฟอเร็กซ์ช่วยให้นักเทรดตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัว การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์