ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the Dip ที่สลับเข้ามาหลังจากปรับตัวลงแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the Dip ที่สลับเข้ามาหลังจากปรับตัวลงแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ราคา ทองคํายังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากดัชนีดอลลาร์ ที่ปิดอ่อนค่าลง 0.59% แตะที่ 96.65 เมื่อคืนนี้ ท่ามกลางขายทํากําไรหลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่งในระหว่างการซื้อขาย ของวันศุกร์

นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วน “ลต” การคาดการณ์การเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังผู้กําหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ อาทิ นายโธมัส บาร์กิ้น ประธานเฟดริชมอนด์ และนางแมรี่ เดลี ประธานเฟตฟรานซิสโก กล่าวสอดคล้องว่า เฟดจะขึ้นอัตราติอกเบี้ยในเดือนมีนาคม แต่ยังคงแสดงความเห็นอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับเส้นทางการขึ้นอัตรา ตอกเบี้ยหลังจากนั้น โดยระบุต่อว่าเส้นทางการดําเนินการในอนาคตนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจมีพัฒนาอย่างไร พร้อมส่งสัญญาณถึงความต้องการที่จะเปิดทางเลือกต่างๆ เตรียมไว้หาก

เศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอนของอัตราเงินเฟ้อและการระบาดของ COVID-19 ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ตขลลาร์อ่อนค่าจนส่งผลหนุนทองคํา อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของทองคํายังคง เป็นไปอย่างจํากัด จากแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นแรง นําโดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นโบอิ้ง ขณะที่ดัชนี PMI เขตชิคาโกปรับตัว เพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 65.2 เป็นอีกปัจจัยที่สกัดช่วงบวกของราคาทองคําเอาไว้ ทําให้ราคาทองคําทําระดับสูงสุดได้เพียง 1,799.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําเพิ่ม +3.49 ต้น สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตจากมาร์กิตและ ISM, JOLTS Job Openings และค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง

คําแนะนํา เปิดสถานะขาย 1,809 -1,815
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,780-1,766
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสกานะขายหากผ่าน $1,815

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน
GO Markets
EC markets
FXTM
FOREX.com
D prime
ZFX
GO Markets
EC markets
FXTM
FOREX.com
D prime
ZFX
GO Markets
EC markets
FXTM
FOREX.com
D prime
ZFX
GO Markets
EC markets
FXTM
FOREX.com
D prime
ZFX